พัฒนาการของสถานการณ์ ในเมียนมาที่ส่งผลกระทบ ต่อบทบาทของกองทัพไทย

        การวิจัยเรื่อง “พัฒนาการของสถานการณ์ในเมียนมาที่ส่งผลกระทบต่อ บทบาทของกองทัพไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของสถานการณ์ ความมั่นคงในเมียนมา และผลกระทบต่อบทบาทของกองทัพไทย รวมทั้งการเตรียม พร้อมในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต การวิจัย ใช้ระเบียบ วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research Methodology) เก็บรวบรวมข้อมูล โดยการศึกษาเอกสาร (Documentary Review) ที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์ เชิงลึก (In-Depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำาคัญ (Key Informants) ทั้งผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานภายใต้สังกัดหน่วยงานภาคความมั่นคง ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาค เศรษฐกิจและภาคประชาชน ผู้วิจัยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม (Field study) บริเวณชายแดนไทยติดกับเมียนมา ประกอบด้วยพื้นที่ภาคเหนือ จำานวน 3 จังหวัด (เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน) และภาคตะวันตก จำานวน 2 จังหวัด (ตาก และกาญจนบุรี) สำาหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

        ผลการวิจัย พบว่า พัฒนาการของสถานการณ์ความมั่นคงในเมียนมา มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อบทบาทของกองทัพไทยมาอย่าง ต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนรัฐประหารปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลาก่อนเกิด รัฐประหาร ความขัดแย้งภายในเมียนมาระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และกองทัพ โดย เฉพาะกรณีของชาวโรฮีนจา ทำาให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวของ ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตลอดจนการเกิดขึ้นของโครงการ ชเวก๊กโก (Shwe Kokko) และพื้นที่ KK Park ซึ่งอยู่ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ทำาให้ ชายแดนไทยตกเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภัยคุกคามจากกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ หลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2564 วิกฤตการณ์ทางการเมืองได้ก่อให้เกิดกลุ่ม ต่อต้านรัฐประหารหลายกลุ ่ม ไม่ว่าจะเป็นกองกำาลังป้องกันประชาชน (The People’s Defense Force: PDF) กองกำาลังชาติพันธุ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกองกำาลังที่ยังไม่ได